รายละเอียดข่าว

news details image

วิเคราะห์เหตุผลที่ สเตเฟ่น เคอร์รี่ เลือกเซ็นสัญญา 10 ปีกับ Li-Ning เพื่อปั้น Curry Brand สู่ตลาดโลก

Nattapong Srisai

0

2 มิ.ย. 2026


การตัดสินใจของ สเตเฟ่น เคอร์รี่ ในการยุติเส้นทางอันยาวนานกับ Under Armour และหันไปเซ็นสัญญา 10 ปีกับ Li-Ning นับเป็นก้าวสำคัญทั้งในมิติของกีฬาและธุรกิจส่วนตัวของซูเปอร์สตาร์ NBA รายนี้ หลังจากเคยเริ่มต้นกับ Nike เมื่อเข้าสู่ลีกในปี 2009 ก่อนย้ายมาเติบโตอย่างเต็มตัวกับ Under Armour ตั้งแต่ปี 2013 จนสร้าง Curry Brand ขึ้นมาได้สำเร็จ ช่วงปลายปี 2025 ทั้งสองฝ่ายประกาศแยกทางด้วยความยินยอมร่วมกัน โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ Under Armour เปิดทางให้เคอร์รี่นำ Curry Brand ติดตัวออกไปได้ ทำให้เขาสามารถต่อยอดแบรนด์ของตัวเองกับพันธมิตรใหม่อย่าง Li-Ning แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่จากจีนได้อย่างเต็มรูปแบบ

ตามรายงานของ ESPN ข้อตกลงครั้งนี้ครอบคลุมทั้งรองเท้าบาสเกตบอล เสื้อผ้ากีฬาแนวลำลอง และอุปกรณ์กอล์ฟแบบครบวงจร พร้อมมอบบทบาทที่มากกว่าการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าให้กับเคอร์รี่ เพราะเขามีอำนาจในการดึงนักกีฬาคนอื่นเข้ามาอยู่ภายใต้ Curry Brand ได้ด้วยตนเอง นั่นทำให้สถานะของเขาใกล้เคียงกับเจ้าของแบรนด์และผู้วางระบบธุรกิจมากขึ้น เหตุผลสำคัญที่เคอร์รี่เลือก Li-Ning มีหลายด้าน ทั้งเรื่องบทบาทความเป็นเบอร์หนึ่งของแบรนด์ ซึ่งแตกต่างจากการอยู่กับค่ายใหญ่อย่าง Nike หรือ Adidas ที่ต้องแบ่งพื้นที่กับซูเปอร์สตาร์คนอื่น ขณะที่ Li-Ning ทำให้เขากลายเป็นชื่อที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์ทันที แม้ก่อนหน้านี้จะมีนักกีฬาชั้นนำอย่าง ดเวย์น เวด, จิมมี่ บัตเลอร์, เฟร็ด แวนฟลีต, ซีเจ แม็คคอลลัม และ ดีแองเจโล่ รัสเซลล์ อยู่แล้วก็ตาม อีกปัจจัยสำคัญคือโอกาสขยาย Curry Brand ในระดับโลก โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่นักบาส NBA มีฐานแฟนเหนียวแน่นมาอย่างยาวนาน เคอร์รี่ตระหนักดีว่าชื่อเสียงของเขาสามารถต่อยอดในภูมิภาคนี้ได้มหาศาล และ Li-Ning คือประตูสำคัญสู่หนึ่งในตลาดกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก นอกจากนี้ ยุค NIL ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงนักกีฬาดาวรุ่งระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้น ส่งผลให้เคอร์รี่และ Li-Ning มีโอกาสสร้างเครือข่ายนักกีฬารุ่นใหม่ รวมถึงอาจต่อยอดสู่ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในอนาคต โดยมี Davidson มหาวิทยาลัยเก่าของเคอร์รี่ เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามอง

อย่างไรก็ตาม แก่นแท้ของดีลระหว่าง สเตเฟ่น เคอร์รี่ กับ Li-Ning อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือระยะสัญญา 10 ปีที่ยาวไกลเกินกว่าช่วงเวลาการเล่นอาชีพของเขาอย่างชัดเจน สิ่งนี้สะท้อนว่าข้อตกลงดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่ออนาคตหลังแขวนรองเท้าตั้งแต่ต้น และชี้ให้เห็นวิสัยทัศน์ระยะยาวในการผลักดัน Curry Brand ให้เติบโตเป็นอาณาจักรธุรกิจในแบบเดียวกับ Jordan Brand แม้ Li-Ning จะไม่ใช่ Nike แต่เป้าหมายของเคอร์รี่ก็ดูไม่ใช่การตามหาแบรนด์ยักษ์ใหญ่อันดับสอง หากเป็นการสร้างเส้นทางของตัวเองให้ชัดเจนที่สุด การย้ายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวการเปลี่ยนสปอนเซอร์ของนักบาสชื่อดัง แต่คือการวางหมากครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยน Curry Brand ให้กลายเป็นมรดกทางธุรกิจระดับโลกในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูเพิ่มเติม >